GakuenKino: บทที่ 1 ผู้กล้าคิโนะปรากฏตัว(1)
posted on 16 May 2008 17:44 by ani3 in translationเอ็นทรี่แรกมาแล้วว!!ดองไว้นาน เปิดเทอมแล้วก็เลยยุ่งๆหน่อย
อันนี้เป็นแค่หน้าๆแรกๆน่ะ เรากะว่าอย่างน้อยจะแปลบทที่ 1 ให้จบให้ได้
ลุย!!
Gakuen Kino is not Kino no Tabi, therefore it’s not.
นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีความเกี่ยวข้องแม้แต่น้อยกับ บุคคล หรือหน่วยงานที่มีอยู่จริง รวมทั้ง “Kino no Tabi –the beautiful Word-”
ตอนเช้า
ไม่ว่าดูอย่างไรมองมุมไหนก็เป็นตอนเช้า บนท้องฟ้าทิศตะวันออกวงอาทิตย์ขึ้น
สูงพอประมาณ ค่อยๆอุ่นพื้นดินหน้าร้อน
ในป่าสีเขียวดูมีชีวิตชีวานั้นมีสิ่งปลูกสร้างตั้งตระหง่านอยู่ ทางซ้ายและขวาของพื้นที่รูปวงกลมนั้น
มีอาคารสี่เหลี่ยมเตี้ยๆคล้ายแมนชั่นอยู่สองหลัง
ภายในอาคารแบ่งเป็นห้องๆ หากพูดอย่างสุภาพแล้วก็เป็นห้องที่ไม่กว้างนัก แต่มีข้าวของที่จำเป็น
ต่อการดำรงชีวิตเช่น โต๊ะ ตู้ เตียง อยู่ครบครัน เครื่องเรือนต่างๆนั้นค่อนข้างให้ความรู้สึกเป็นระเบียบแบบแผน
ราวกับเป็นห้องหอพักของโรงเรียนไหนสักโรง ซึ่งความจริงแล้วก็เป็นหอพักของโรงเรียน
บนโต๊ะมีสมุดโน้ตและหนังสือเรียนอยู่หลายเล่ม และมีเครื่องเขียนกระจายอยู่ ดูจากสีและรูปร่างแล้ว
หากคนใช้เป็นเด็กผู้ชายก็คงจะโดนเพื่อนๆในห้องแซวเป็นแน่ ที่หน้าตู้เสื้อผ้ามีชุดกะลาสีแขวนไว้ด้วยไม้แขวนเสื้อ
แม้จะเรียกว่าชุดกะลาสีแต่ก็ไม่ใช่ชุดที่พวกพี่ชายกะลาสีเรือล่ำบึ้กเขาใส่ แต่เป็นชุดเครื่องแบบหน้าร้อน
ที่นักเรียนหญิงทั่วไปใส่กัน
เจ้าของชุดนอนอยู่บนเตียง
บนเตียงไม้ที่วางอยู่ฟากหนึ่งของห้อง มีผ้าปูเตียงที่ปูอย่างลวกๆ
และบนเตียงนั้นใต้ผ้าห่มบางๆที่ถูกตกแต่งอย่างแฟนซีด้วยโลโก้ของผู้ผลิตปืนรายใหญ่
เช่น “เฮ็คเคลอร์&คัลท์” และ “สมิธ&เวสสัน” คนทั่วไปคงนึกไม่ออกว่าผ้าห่มแบบนี้มีขายที่ไหน
สวมชุดนอนสีฟ้าอ่อนลายบทพูดสุดคอมแบทเช่น “เริ่มจากวิธียิง!” “วางแมชชีนกันไว้ตรงนั้นเลย”
“ติดต่อกองทหารปืนใหญ่!” ที่แม้แต่คนที่มีประสาทสันทัดทางนี้ยังต้องปวดหัวว่าชุดนอนแบบนี้มีขายที่ไหน
เด็กสาวคนนั้นนอนตะแคงอยู่บนเตียง
อายุคงประมาณสิบกลางๆ ผมสั้นสีดำนั้นขณะนี้ยุ่งเหยิงชี้โด่เด่ เด็กสาวหลับตา เผยอปากอ้าเล็กน้อย
ส่งเสียงฟี้ฟี้เบาๆ อาบแสงยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านสีเขียวอ่อนนอนหลับอยู่อย่างมีความสุข
“นี่! จะนอนไปถึงไหนห้ะ! ตื่นตื่นตื่น!! ตื่น!!”
เสียงดังขึ้นในห้อง แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงของเด็กสาว หรือนาฬิกาปลุก หรือโทรศัพท์มือถือ
เสียงนั้นคล้ายกับเสียงของเด็กผู้ชายเล็กๆ
“ตื่นเซ่!! ตื่น!!”
ใครส่งเสียงมาจากตรงไหนกันนะ ในห้องไม่มีคนอื่นอยู่เลย เสียงนั้นดังขึ้นกว่าเดิม
“ตื่นเซ่! ตื่นเดี๋ยวนี้! ตื๊น!”
ตะโกนติดต่อกันด้วยประโยคคำสั่ง แต่เด็กสาวนั้น
“อา ...... กินไม่ไหวแล้ว ...... แต่ว่าก็จะกินนะ ...... นั้นสิเนอะ ตะกละเนอะ ...... อื้อ มีอีกกระเพาะนึงน่ะ”
ละเมออะไรน่าสงสัยออกมา แล้วส่งเสียงฟี้ฟี้ออกมาอีกครั้ง
“โธ่ จริงๆเล้ย ......”
เสียงเมื่อสักครู่กล่าวสบถเล็กน้อยก่อนจะ
“ปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ป! ปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ป! ปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ป!”
เริ่มร้องเลียนเสียงนาฬิกาปลุกออกมาแบบสุดปอด ประมาณยี่สิบวินาทีผ่านไป
เด็กสาวก็เริ่มขมวดคิ้วหลับไม่ค่อยสบาย
“ปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ป! ปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ป! ปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ป!”
มือของเด็กสาวขยับสะเปะสะปะไปที่นาฬิกาปลุกดิจิตอลที่วางอยู่หัวเตียง แน่นอนว่าที่ดังอยู่
ไม่ใช่เสียงของนาฬิกาปลุก เพราะมันถูกปิดไปครั้งนึงแล้วตั้งแต่เวลาที่เธอควรตื่น นาฬิกาปลุกที่น่าสงสาร
ต้องรับการโจมตีโดยตรงจากฝ่ามือที่เหวี่ยงลงมา ตัวพลาสติกส่งเสียงเอี๊ยดออกมา
มือของเธอเลื่อนกลับไปเงียบๆ และเกิดเสียงฟี้ฟี้อย่างสงบอีกครั้ง
“โอ้ยย ไม่ไหวแล้วนะ! --- ปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ป! ปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ป! ...... เหนื่อยแล้ว ...... ปี๊ปปี๊ปปี๊ป!
ปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ปปี๊ป!”
เสียงดังไปทั่วห้องอย่างสุดชีวิต ในที่สุดเด็กสาวก็
“เหอ?”
ในที่สุดก็ลืมตาขึ้นมาน้อยกว่าครึ่งดวงนิดหน่อย จากนั้นค่อยๆยกร่างท่อนบนขึ้น และเอื้อมมือไปหยิบ
นาฬิกาปลุกมาดูที่หน้าปัด
แปดโมงยี่สิบห้านาที
หน้าปัดผลึกเหลวบอกเวลาแบบนั้น เป็นตัวเลขที่สมจริง
ดวงตาของเด็กสาวใช้เวลายืนยันความเป็นจริงประมาณสามวินาที คราวนี้จึงเบิกได้เต็มตา
“ง่ะ ...... สะ ...... สะ ...... สะ ......” เสียงจากลึกๆข้างในคอ
สูดหายใจหนึ่งครั้ง
“สายแล้ว --!!”
กลายเป็นเสียงตะโกน
จากนี้ไปเป็นความเร็วที่เกือบมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เธอกระชากผ้าห่มออก หายไปยังอ่างล้างหน้า
และกลับมาด้วยความเร็วราวกระสุนปืน
“ทำไมถึงไม่ยอมปลุกกันเลยล่ะ!”
ส่งเสียงบ่นออกมาในห้องที่ไม่มีใครอยู่ เสียงที่ความพยายามเพิ่งเห็นผลเมื่อกี้จึงตอบกลับมา
อย่างรำคาญว่า
“ปลุกตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้วต่างหาก!”
“เอ๋ --- เรียกอย่างเดียวยังไงก็ไม่ตื่นหรอก ถ้าไม่เคาะด้วยละก็!”
“อย่ามาพูดเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สิ”
เสียงนั้นตอบกลับมาอย่างเยือกเย็น เด็กสาวจึง
“อะไรอ่ะ ทำไมถึงตื่นไม่ไหวทุกเช้าทุกเช้านะ ...... ? ถ้าเกิดใหม่ได้อยากเป็นคนที่ตื่นเองได้แต่เช้ามืดจังน้า”
ขณะที่พึมพำอะไรประมาณนี้ออกมาเธอก็ขยับมือริ่มเปลี่ยนชุดอย่างรวดเร็ว ถอดนั่นแล้วก็ใส่นี่
ใส่ชุดกะลาสีที่แขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้า จากนั้นใส่ชุดนักเรียนให้เรียบร้อย สุดท้ายก็จัดการกับผมชี้โด่ชี้เด่ให้ดูดีขึ้นมาเล็กน้อย
แต่ผมด้านข้างก็ยังเด้งออกมาอยู่ดี
“ย้ากกก!”
ความมุ่งมั่น เพียงแค่ใช้ความมุ่งมั่นจัดทรง จากนั้นเธอก็หยิบกระเป๋าสีเบจอ่อนและกุญแจห้อง
ในขณะที่กำลังจะพุ่งตัวออกนอกห้องนั้นเอง
“เดี๋ยวสิ! ลืมอีกแล้วนะ!” เสียงดังขึ้นอีกครั้ง
“อ้ะ โทษทีๆ” เด็กสาวรีบกลับมาแล้วคว้าสแตรปที่วางอยู่บนโต๊ะ มันทำมาจากหนังสีเขียว
และโลหะสีเหลืองค่อนข้างดูทันสมัย เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์มือถือจึงนำกุญแจที่ไม่ใช่กุญแจห้องมาห้อยไว้แทน
เจ้าของเสียงเมื่อกี้จึงพูด
“ขอบใจ”
อะไรกัน สแตรปอันนี้นี่เอง
เด็กสาวเดินไปยังประตูห้องแล้วหยิบเข็มขัดที่แขวนอยู่ขึ้นมา เพื่อที่ตอนออกไปข้างนอก
จะได้ไม่ลืมจึงแขวนไว้ข้างๆประตู
เธอคาดเข็มขัดไว้รอบเอวแล้วกดล็อค
เข็มขัดเส้นนั้นมีกระเป๋าเล็กๆสีเขียวติดอยู่หลายใบ
ตรงตำแหน่งต้นขาขวามีซองปืนสีน้ำตาลทำจากหนังและในซองนั้นมีปืนรีวัลโว่อยู่หนึ่งกระบอก
ถึงอย่างนั้นก็เป็นเพียงปืนโมเดลจะได้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็นะ นักเรียนหญิงม.ปลายธรรมดาๆที่ไหนเขาพกปืนโมเดลกันบ้างล่ะ
เอาเถอะถ้ามัวแต่ติดเรื่องนี้เนื้อเรื่องก็ไม่ไปไหนกันพอดี
ประตูเปิดออกตามแรงผลัก เด็กสาวออกจากห้องไปแล้วปิดประตู เสียงไขกุญแจ ได้ยินเสียงวิ่งไปตามระเบียงของทั้งสองคน (?) นั้นค่อยๆไกลออกไป
“สายแหงมๆเลยอ้ะ เอลเมส! ไม่คิดจะทำอะไรมั่งเลยรึไงห้ะ!!”
“ไม่ใช่หน้าที่ชั้นซะหน่อยนี่ คิโนะ! ตัวเองแหละที่ไม่ดี ตัวเองนั่นแหละ!”
ด้วยเหตุนี้ เด็กสาวม.ปลายตัวละครหลัก “คิโนะจัง” กับสแตรปปริศนา “เอลเมส” ก็ได้เริ่มวันใหม่อย่างอึกทึกครึกโครมเช่นนี้แล
edit @ 16 May 2008 18:01:29 by • a n i •
edit @ 16 May 2008 18:10:06 by • a n i •
edit @ 16 May 2008 18:11:06 by • a n i •
เหลือเชื่อหวะ
ว่างได้โล่!!!!!!
#1 By ...... (124.121.151.209) on 2008-05-19 07:45